ยานยนต์ไฟฟ้า คืออะไร? | รถยนต์พลังงานเชื้อเพลิงนํามาใช้อย่างไร

ยานยนต์ไฟฟ้า คืออะไร?


นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

ในปัจจุบันรถยนต์ได้ผลิตออกมาหลายรุ่น ซึ่งมีการพัฒนาระบบและกลไกเครื่องยนต์มาอย่างต่อเนื่อง จากพลังงานเชื้อเพลิง เปลี่ยนมาใช้พลังงานไฮบริดจ์ และ พลังงานไฟฟ้า ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่นำมา
ในปัจจุบันเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถประยุกต์ใช้กับการขนส่งสาธารนะทางถนนและมีแนวโน้มที่เป็นที่นิยมในอนาคต จากข้อได้เปรียบที่ว่า พลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานที่สะอาด ปราศจากการปลดปล่อยสารมลพิษ ยานยนต์ไฟฟ้าคือ รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าซึ่ง พลังงานไฟฟ้าจะเก็บอยู่ในแบตเตอร์รี่หรืออุปกรณ์เก็บพลังงานไฟฟ้าแบบอื่นๆ มีอัตราการเร่งที่เรียบและรวดเร็ว โดยจะมีชุดอุปกรณ์หลักคือ ตัวแบตเตอรี่ ทำหน้าที่เก็บความ
จุพลังงานไฟฟ้าไว้ในรถ และตัวมอเตอร์ไฟฟ้า ทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนโดยใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ส่วนระยะทางของยานยนต์ไฟฟ้าจะมากน้อย ขึ้นอยู่กับขนาดและความจุของแบตเตอรี่เป็นสำคัญ ซึ่งในส่วนนี้ก็ยังคงเป็นข้อจำกัดทางด้านเทคโนโลยีในปัจจุบัน

ยานยนต์ไฟฟ้า คืออะไร?

คุณรู้มั๊ย? รถยนต์ไฟฟ้ามีกี่ประเภท (Electric Car)


รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ว่านี้คืออะไร?? มีแบบไหนบ้าง?? เชื่อว่าหลายท่านอาจจะยังสับสนและแยกไม่ค่อยออกว่าแต่ละแบบต่างกันยังไง?? วันนี้เราจะไปดูรายละเอียดกัน
รถยนต์ไฟฟ้า (Electric Car) คือ รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า แทนการใช้เครื่องยนต์ น้ำมันหรือพลังงานอื่น ๆ ที่มีการเผาไหม้ โดยใช้พลังงานไฟฟ้าที่ถูกเก็บไว้ในแบตเตอรี่ ซึ่งปัจจุบันนี้แบตเตอรี่ที่ใช้ในรถยนต์ไฟฟ้าคือแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน เป็นการแปลงพลังงานจากแบตเตอรี่มาใช้ในการขับรถ แทนการใช้น้ำมันในการจุดระเบิดเผาไหม้เพื่อขับเคลื่อน ข้อดีของมอเตอร์ไฟฟ้าคือทำให้เกิดแรงบิดได้ทันที ส่งผลให้เครื่องยนต์เงียบ และไม่เกิดไอเสียจากการเผาผลาญพลังงาน
ปัจจุบันรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ถูกผลิตออกมาในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น EV, PHEV, HEV, EPower รวมทั้ง Fuel Cell (ซึ่งยังไม่เห็นในบ้านเรา) ทีนี้เรามาจำแนกประเภทตามระบบการใช้งานกัน
BEV (Battery Electric Vehicle) : รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100%
ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% จึงไม่มีเครื่องยนต์สันดาปภายใน ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว สามารถชาร์จไฟได้สม่ำเสมอ ผ่านทางตู้สถานีชาร์จรถไฟฟ้า (EV Charger) หรือที่ชาร์จภายในบ้าน (Wallbox EV Charger) โดยใช้เวลาประมาณ 68 ชั่วโมงในการชาร์จปกติ (AC Charging) หรือ 24 ชั่วโมงในการชาร์จแบบเร็ว (DC Charging) ทั้งนี้ รถยนต์ไฟฟ้าจะมี 3 องค์ประกอบหลัก คือ แบตเตอรี่ มอเตอร์ไฟฟ้า และอุปกรณ์แปลงกระแสไฟฟ้า โดยตัวแปลงจะดึงพลังงานจากแบตเตอรี่ไปเป็นพลังงานไฟฟ้ากระแสสลับและส่งต่อไปยังมอเตอร์เพื่อขับเคลื่อนรถยนต์
HEV (Hybrid Electric Vehicle) : รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด
เป็นการทำงานร่วมกันของเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และมอเตอร์ไฟฟ้า แต่ยังคงใช้เครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อน โดยมอเตอร์จะช่วยออกตัวด้วยระบบไฟฟ้า ก่อนที่เครื่องยนต์จะทำงานต่อ ในกรณีที่รถติดหรือหยุดนิ่ง เครื่องยนต์จะดับและดึงไฟจาดแบตเตอรี่มาใช้แทนในส่วนของอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในรถ หรือแม้แต่การขับขี่ในความเร็วต่ำ ระบบก็จะดึงไฟฟ้ามาใช้โดยอัตโนมัติ ช่วยให้เครื่องยนต์หลักทำงานน้อยลง และประหยัดน้ำมันมากขึ้น
EPower : อี–พาวเวอร์
เป็นเทคโนโลยีที่มีการผสมผสานการทำงานระหว่าง Hybrid กับ EV ซึ่งอีพาวเวอร์ ประกอบด้วย เครื่องยนต์สันดาปภายในที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง, เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator), แบตเตอรี่ (Battery), อุปกรณ์แปลงกระแสไฟฟ้า (Inverter) และมอเตอร์ไฟฟ้า (Motor) โดยมีเครื่องยนต์สันดาปภายในทำหน้าที่ในการสร้างกระแสไฟฟ้าไปเก็บไว้ที่แบตเตอรี่ตลอดเวลาและส่งพลังงานกลับไปยังมอเตอร์ไฟฟ้า หรืออีกนัยหนึ่งคือ พลังงานไฟฟ้าจะถูกสร้างขึ้นจากเครื่องยนต์ แต่ตัวรถจะขับเคลื่อนด้วยกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าเท่านั้น เหมือนรถยนต์ไฟฟ้า EV เพียงแต่ไม่ต้องเสียบปลั๊กชาร์จไฟ เพียงแค่เติมน้ำมันก็ใช้งานได้ตามปกติเหมือนรถยนต์ทั่วไป
PHEV (Plugin Hybrid Electric Vehicle) : รถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอิน ไฮบริด
หลายคนอาจจะงง ๆ ว่า เอ.. PHEV กับ HEV มันต่างกันยังไงนะ?? ซึงรถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอิน ไฮบริดเป็นการพัฒนาต่อยอกมาจากรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด โดยมีการติดตั้งตัวแบตเตอรี่ที่ใหญ่มากขึ้น สามารถเสียบปลั๊กชาร์จไฟได้แบบเดียวกับรถไฟฟ้า EV และวิ่งได้โดยใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่อย่างเดียวในระยะทางสั้น ๆ หรือจะใช้ระบบไฮบริดที่ใช้ทั้งน้ำมันและไฟฟ้าก็ได้เช่นกัน เข้าใจง่าย ๆ คือ สามารถสลับโหมดการใช้งานได้ระหว่างระบบไฟฟ้าและระบบเชื้อเพลิงเครื่องยนต์ โดยไม่ต้องกังวลว่าไฟฟ้าจะหมดกลางทาง
FCEV (Fuel Cell Electric Vehicle) : รถยนต์พลังงานไฮโดนเจน
รถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานไฮโดรเจน ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้าประเภทหนึ่งเช่นกันเพราะมีการใช้ไฮโดรเจนที่เป็นพลังงานสะอาด มาแปลงเป็นกระแสไฟฟ้าเพื่อนำไปขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าให้รถยนต์ขับเคลื่อนไปได้ โดยจะมีแผงเซลล์เชื้อเพลิงที่เก็บไฮโดรเจนในรูปแบบของเหลว มอเตอร์ไฟฟ้าทำหน้าที่ขับเคลื่อนควบคู่กับการชาร์จกระแสไฟฟ้าและแบตเตอรี่ ซึ่งหลักการทำงานของรถยนต์ระบบนี้คือการส่งไฮโดรเจนไปทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในแผงเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell Stack) เกิดเป็นพลังงานไฟฟ้าเข้าเก็บในแบตเตอรี่ แล้วกระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ก็จะถูกส่งไปที่มอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อใช้ในการขับเคลื่อนรถยนต์ ซึ่งกระบวนการนี้ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ (Zero Emission) โดยของเสียที่ปล่อยออกมามีเพียงไอน้ำเท่านั้นเอง
ทีนี้ก็พอจะแยกแยะกันได้แล้วนะว่า รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่เริ่มมีจำหน่ายมากขึ้นในบ้านเรานั้นแต่ละประเภทเป็นอย่างไร แต่เหนือสิ่งอื่นใดแล้วต้องดูสตางค์ในกระเป๋าด้วย เพราะราคาราคารถยนต์ไฟฟ้าในบ้านเรายังค่อนข้างสูง ก็ได้แต่รอความหวังจากภาครัฐในการสนับสนุนให้รถยนต์ประเภทนี้อยู่ในราคาที่จับต้องได้ …
BENEWSONLINE รถยนต์ไฟฟ้า รถไฟฟ้า
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Website : https://www.benewsonline.com
Facebook : https://bit.ly/2KUbSFm

See also  ตั้งเวลา windows 10 วิธีการตั้งเวลาและวันที่ใน windows 10 ทำอย่างไร | ตั้งเวลาพักหน้าจอ win10

คุณรู้มั๊ย? รถยนต์ไฟฟ้ามีกี่ประเภท (Electric Car)

รถพลังงานไฟฟ้ากับรถพลังงานแก๊ส l รถพลังงานไฟฟ้าดีกว่าจริงหรือ


รถพลังงานไฟฟ้าก็เสียบปลั๊กชาร์ตไฟเหมือนกันโทรศัพท์มือถือไง! แล้วนี่เป็นไอเดียของใครกัน และเทคโนโลยี
นี้มันเวิร์คจริงๆเหรอ แม้หลายประเทศจะแห่ผลิตรถสามล้อพลังงานไฟฟ้ากันไปทั่ว แต่กลายเป็นสหรัฐอเมริกาที่เจ๋งสุด โดยในปี 1891 พวกเขาได้เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าคันแรก ที่เป็น รถแบบวากอน 6 ที่นั่ง แถมยังใช้ความเร็วได้ ถึง 14 ไมลส์ต่อชั่วโมง (23 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) และนั่น ไม่ได้ทำให้ผู้คนตื่นเต้นกันไปทั่วโลกเท่านั้น แต่ตลาดรถไฟฟ้าก็คึกคักขึ้นมาทันทีอีกด้วย ต่อมาในช่วง ปลายทศวรรษที่ 1890 รถแท็กซี่พลังงานไฟฟ้าก็วิ่งขวักไขว่ไปทั่วกรุงลอนดอนกันเลย
สรุป
รถไฟฟ้าต้องใช้แบตเตอร์รี่จำนวนมากเพื่อทำให้รถวิ่งได้ไกลขึ้นแต่ความเร็วต่ำ กระทั่งปี 1859 เมื่อ กัสตอง แพล็งต์ นักฟิสิกส์ชาวฝรั่งเศส ได้ประดิษฐ์แบตเตอร์รีกรดตะกั่วขึ้น ซึ่งนี่ได้เปลี่ยนโฉมวงการพลังงาน ไฟฟ้า ขนานใหญ่
ในปลายทศวรรษที่1920 ถนนหนทางในสหรัฐฯพัฒนาไปมาก รถยนต์จึงต้องเร่งพัฒนาขึ้นเช่นกัน ซึ่งรถที่ใช้ เชื้อเพลิงฟอสซิลได้รับความนิยมสูงสุด เหตุผลก็คือมันมีข้อดีหลายอย่างมากกว่าและยังสามารถทำความเร็ว ได้มากกว่ารถไฟฟ้า
ปี 1910 เมื่อ เฮนรี่ ฟอร์ด ได้เริ่มผลิตรถยนต์ที่ใช้พลังงานจากแก๊สขึ้น แถมราคาของแก๊สก็ถูกมาก เมื่อเทียบ กับพลังงานไฟฟ้า
ความแตกต่างหลักๆของรถไฟฟ้ากับรถที่ใช้เชื้อเพลิงก็คือ รถไฟฟ้าสามารถใช้แหล่งพลังงานทดแทนที่หลาก
หลายกว่า ง่ายๆก็คือแหล่งพลังงานอะไรก็ได้ที่สามารถผลิตไฟฟ้าให้รถแล่นได้ ซึ่งเบื้องหลังของรถไฟฟ้า ก็คือหลักวิทยาศาสตร์ง่ายๆ
รถไฟฟ้ามีอะไรพิเศษบ้าง? ส่วนใหญ่พลังงานของรถจะได้จากไฟฟ้า กระแสตรงที่ถูกเปลี่ยนเป็นไฟฟ้ากระแส สลับ
รถไฟฟ้าไม่มีกระปุกเกียร์และคันโยก เพราะมันทำงานอัตโนมัติ รถมีความเร็วระดับเดียวที่ถูกส่งมาจากมอ
เตอร์เหนี่ยวนำไปยังล้อ ซึ่งนี่ก็คือการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานงานไฟฟ้าไปเป็นพลังงานกล มันก็คือกฎฟิสิกส์ที่ทำให้ล้อหมุนพาคุณไปได้ทุกที่แล้วแต่ใจคุณ
รถพลังไฟฟ้าจะได้พลังงานเต็มๆมาจากกันชาร์ตกระแสไฟฟ้าเมื่อเสียบปลั๊กเข้ากับเต้าไฟหรือจากหัวจ่าย ไฟฟ้าที่สถานี โดยการชาร์ตไฟหลักๆมี 3 ระดับ ระดับแรกคือการชาร์ตที่สามารถทำได้ที่บ้าน โดยเสียบปลั๊กเข้า
กับเต้าไฟระดับกระแสไฟฟ้า 120 โวลต์ส ซึ่งการชาร์ตหนึ่งชั่วโมงจะทำให้รถวิ่งได้ 38 กิโลเมตร
รถไฟฟ้าเสียค่าใช้จ่ายต่างๆน้อยกว่าทั้งในแง่อัตราการวิ่งหรือค่าบำรุงรักษาเมื่อเทียบกับรถที่ใช้เชื้อเพลิง แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าราคาของเจ้ารถไฟฟ้าก็ยังสูงไป ถึงอย่างนั้นหากดูจากผลการศึกษาล่าสุด ค่าใช้ต่างๆ
ของรถไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ราว 17,000 บาท (485 ดอลลาร์สหรัฐ) ต่อปี ขณะที่รถที่ใช้เชื้อเพลิงต้องจ่ายอยู่ที่ราว 34,000 บาท (1,117 ดอลลาร์สหรัฐ) ต่อปี
หนึ่งในส่วนประกอบของรถไฟฟ้าที่ราคาแพงโหดที่สุดก็คือแผงแบตเตอร์รี เพราะราคานี้อาจเทียบได้กับแขน และขาของคุณอย่างละข้างหากแบตเตอร์รีเกิดเสียขึ้นมา คือประมาณ 154,000461,000 บาท (5,00015,000 ดอลลาร์สหรัฐ)
electriccar futurecar birhgtside

See also  How To Fix This App can't run on your PC On Windows 8/10 | cách sửa lỗi this app can't run on your pc | Danh Sách những thủ thuật hay nhất

เพลงของ Epidemic Sound https://www.epidemicsound.com/
ของในสต๊อก (รูปภาพ, วิดีโอ และอื่นๆ):
https://www.depositphotos.com
https://www.shutterstock.com
https://www.eastnews.ru

รถพลังงานไฟฟ้ากับรถพลังงานแก๊ส l รถพลังงานไฟฟ้าดีกว่าจริงหรือ

พลังงาน \”ลม\” ขับเคลื่อนยานยนต์ได้อย่างไร | ChoiceMakers [ep7] #พลังงานไม่รู้จบ


พลังงาน \”ลม\” ขับเคลื่อนยานยนต์ได้อย่างไร ใน ep นี้ ธาตุที่เราจะมาพูดถึง นั้นก็คือ ธาตุลม
“ลม”เป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิ ความดันของชั้นบรรยากาศและแรงจากการหมุนของโลก
พลังงานลม (Wind Energy) ก็เป็นอีกธาตุที่มีอยู่ทั่วไป ไม่ต้องซื้อหา เป็นพลังงานที่สะอาด (Green Energy) ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสภาพแวดล้อม และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างไม่รู้จักหมดสิ้น สามารถนำมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า (Wind Generator) และเป็นพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) และในตอนนี้มันกำลังทวีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในปัจจุบันและอนาคตของอุตสาหกรรมพลังงาน กังหันลมไฟฟ้าทำไมไม่เป็นที่นิยม และถ้าไม่เริ่มใช้จะมีผลกระทบอะไรกับโลกของเรา? แนวคิดของ Green Industry หรืออุตสาหกรรมสีเขียวนั้น ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา และหัวใจสำคัญ ในการทำ Green Industry คือ แหล่งพลังงาน
กังหันลมผลิตไฟฟ้า เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับอุตสาหกรรมในปัจจุบัน ความจริงแล้วกังหันลมถูกผลิตขึ้นมานานนับศตวรรษ ผลิตขึ้นมาเพื่อการเกษตร ถูกประยุกต์และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานลม แต่แน่นอนว่ากังหันลมไม่ได้รับความนิยมมากนัก เนื่องจากการใช้พลังงานฟอสซิล เป็นที่แพร่หลายและสะดวกในการใช้มากกว่า จนกระทั่งมีผลการศึกษาพบว่า พลังงานฟอสซิลที่ใช้ๆ กันอยู่ มีผลกระทบต่อโลกของเราอย่างมาก ในปัจจุบันมีปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ราว 415 ppm และยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ความร้อนและรังสีจากดวงอาทิตย์ ไม่สามารถกลับออกไปนอกชั้นบรรยากาศได้ ส่งผลให้โลกมีอุณหภูมิสูงสะสมมากขึ้น แนวคิดการใช้พลังงานทดแทน จึงถูกหยิบยกขึ้นมาใช้อย่างจริงจัง ทั้งในเขตอุตสาหกรรมและชุมชน ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีกังหันลมแบบใหม่เกิดขึ้นมา เรียกกันว่า กังหันลมแบบลอยบนอากาศ (Flying Wind Turbine)
ฟาร์มกังหันลมที่ติดตั้งลอยตัวอยู่สูงในระดับเดียวกับตึกระฟ้า หรือที่ความสูงประมาณ 1,000 – 2,000 ฟุต เพื่อรับแรงลมที่แรงกว่า 5 ถึง 8 เท่า ของระดับความแรงลมที่ติดตั้งแบบทาวเวอร์ และสามารถผลิตพลังงานได้มากกว่าถึงสองเท่า โดย Altaeros Energie ได้พัฒนากังหันลมแบบลอยบนอากาศในเชิงพาณิชย์เครื่องแรก ที่เรียกว่า Buoyant Air Turbine หรือ BAT ซึ่งเป็นเซลล์พองลมแบบกลมยาว 35 ฟุต ผลิตจากผ้าที่มีความแข็งแรงสูง โดย BAT มีกำลังการผลิต 30 กิโลวัตต์
[ เกล็ดความรู้เพิ่มเติม ]จีนและสหรัฐอเมริกายังคงเป็นตลาดพลังงานลมบนบกที่ใหญ่ที่สุดในโลก
Gansu Wind Farm ฟาร์มกังหันลม Gansu ในประเทศจีนเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานลมบนบกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในปี 2012 สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 6,000 เมกะวัตต์ โดยมีเป้าหมายการผลิตให้ได้ 20,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2020
Walney Wind Farm ในสหราชอาณาจักรเป็นฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยกำลังการผลิต 659 เมกะวัตต์
[ จะเป็นไปได้ไหม ถ้ารถยนต์ถูกขับเคลื่อนด้วยพลังงานลม ]เมื่ออุตสาหกรรมยานยนต์ต้องปรับตัวให้เข้าสู่ยุคของการใช้พลังงานทดแทน จึงก่อให้เกิด รถที่ใช้พลังงานจากไนโตรเจน Toyota Mirai (มิเรอิ) ผู้บุกเบิกการใช้พลังงานไฮโดรเจน โดยเซลล์ไฮโดรเจนที่ถูกสร้างขึ้น เกิดจากพลังงานลม ประหยัดเชื้อเพลิงกว่า EVs ทั่วไป Mirai สามารถวิ่งได้ประมาณ 550 กม. กับเซลล์เชื้อเพลงเติมถังขนาด 5 กก. ด้วยราคาประมาณ 50 ปอนด์ หรือราว 2000 บาท เมื่อเทียบกับรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซินโดยประมาณที่ 7.58 ลิตร / 100 กม.
แล้วทราบหรือไม่ว่านอกจากรถยนต์ที่ใช้พลังงานทดแทนที่กล่าวมาก็ยังมี ‘รถยนต์พลังงานลม’ ที่เป็นทางเลือกหนึ่งในอนาคต
รถพลังงานลมรุ่นแรก ๆ cityCAT ถูกคิดค้นโดยบริษัท Motor Development International (MDI) จากประเทศลักแซมเบิร์ก และขายสิทธิบัตรให้แก่บริษัท ตาต้ามอเตอร์ บริษัทรถยนต์รายใหญ่ที่สุดในประเทศอินเดีย นำออกจำหน่ายในเดือนสิงหาคม 2555 จำนวน 6,000 คัน เป็นรถขนาด 6 ที่นั่ง ไม่ใช้น้ำมัน หรือก๊าซธรรมชาติในการขับเคลื่อน ใช้เพียงแค่ลมที่อัดด้วยแรงดันสูงไปเก็บไว้ในถังไฟเบอร์เท่านั้น เพื่อขับเคลื่อนลูกสูบภายในเครื่องยนต์ ทำให้รถสามารถขับเคลื่อนได้ การเติมอากาศ ก็สามารถเติมได้ตามปั้มน้ำมันที่บริษัทออกแบบมาเป็นพิเศษ ภายในเวลา 23 นาที หรือเติมในถังอัดอากาศได้เองที่บ้านในเวลา 34 ชั่วโมง ค่าใช้จ่ายในการเติมลมก็ประมาณ 1.5 – 2.5 ยูโร หรือถ้าคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 70120 บาท เท่านั้น เมื่อเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายระหว่างการเติมอากาศกับเติมน้ำมันทั่วไป พบว่าประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้มากกว่าถึง 10 เท่า
ล่าสุดเมื่อปี 2018 ที่ผ่านมากับ Eolo รถยนต์พลังงานลมผสมกับพลังงานไฟฟ้า ผลิตในประเทศโคลัมเบีย ที่ใช้พลังงานลมในการชาร์จแบตเตอรี่ ใช้หลักการง่าย ๆ ของกังหันลมหมุน ใบพัดแนวนอนขนาดใหญ่บริเวณด้านหน้าซึ่งจะหมุนด้วยความเร็วขณะที่รถเคลื่อนที่ และคอยรับลม จากนั้นก็จะแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้าเพื่อชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนล้อ นอกจากนี้ยังสามารถชาร์จผ่านซ็อกเก็ตปลั๊กมาตรฐานได้ สามารถวิ่งได้ระยะทาง 100 กม./ชาร์จ 1 ครั้งด้วยความเร็วสูงสุดที่ 100 กม. / ชม.
ทั้งหมดที่ว่ามาตั้งแต่ต้น ล้วนเกิดจากพลังงานลม พลังงานทดแทนที่จะช่วยชาร์จพลังให้กับโลกใบนี้ ให้คงอยู่ต่อไปเพื่อลูกหลานของเรา และตอกย้ำความจริงอีกข้อหนึ่งที่ว่า พลังงานงานจากธรรมชาติที่อยู่ใกล้ตัวเรา ไม่ว่าจากน้ำหรือในอากาศ ก็ล้วนเป็นพลังงานที่สะอาด และไม่มีวันหมด อยู่ที่พวกเราแล้วว่าจะนำมันมาใช้ให้เกิดประโยนช์และทำให้มันสมดุลมากที่สุด ได้อย่างไร
สุดท้ายฝากกดติดตาม CHOICE MAKERS อุตสาหกรรม ทางเลือกสำหรับผู้ผลิต ได้ที่แชแนล FactoryChoice แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้า

See also  vpn free ฟรี vpn ทั้งใน PC คอมพิวเตอร์ และ mobiles มือถือ | vpn ฟรี ถาวร

พลังงาน \

ลุงทำมาแล้ว 11 ปี เติม ”น้ำมันพืช” แทน “น้ำมันดีเซล” ช่วยให้รถประหยัดน้ำมันมากขึ้น!!!


ลุงทำมาแล้ว 11 ปี เติม ”น้ำมันพืช” แทน “น้ำมันดีเซล” ช่วยให้รถประหยัดน้ำมันมากขึ้น!!!

ลุงทำมาแล้ว 11 ปี เติม ”น้ำมันพืช” แทน “น้ำมันดีเซล” ช่วยให้รถประหยัดน้ำมันมากขึ้น!!!

นอกจากการดูหัวข้อนี้แล้ว คุณยังสามารถเข้าถึงบทวิจารณ์ดีๆ อื่นๆ อีกมากมายได้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่Tips

Leave a Comment